ตัวละครข้างๆ

“ไม่มีใครคิดว่าตัวเองเป็นตัวประกอบ
หรือนักแสดงสมทบ
ในชีวิต เราคิดกันแต่จะเล่นเป็นตัวละครเอก
ความจริงโลกยังมีใครคนอื่น มีเรื่องราวมากมายหลากหลาย”
-
[เศษทรายในกระเป๋า, วรพจน์​ พันธุ์พงศ์]

————————————————————-

หลายครั้งเรามัวแต่มองเรื่องของตัวเอง ราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่สุดบนโลกใบนี้ ควรค่าแก่ทุกๆ ความสนใจ จนลืมไปว่ายังมีที่ข้างๆ รอบตัวที่เว้นว่างอยู่สำหรับเรื่องราวของคนอื่น ถ้าเราหยุดมองตัวเองเป็นพระเอก/นางเอกสักพัก แล้วลองมองดูบทของคนอื่นดูบ้าง อาจจะทำให้เริ่มมองเห็นว่า ระหว่างที่เรานั่งร้องไห้กับบทนางเอกนั้น มีทั้งคนขับรถเมล์​ ป้าคนกวาดขยะ เศรษฐีนายทุน และตัวประกอบอื่นๆ อีกมากมายที่กำลังทั้งบู๊ ทั้งบุ๊นอยู่กับเรื่องราวที่ยุ่งเหยิงอีกมากกว่าเป็นเท่าตัว วันนั้นเราจะร้องไห้น้อยลง และบางทีมันอาจจะทำให้ระยะการเดินทางที่ยังเหลืออยู่ ไม่เงียบเหงาจนเกินไปก็ได้

อาจมี แต่อาจไม่มีโอกาสรู้จัก

เคยสงสัยมั้ยว่าบนโลกนี้ อาจจะมีคนคนนึงที่ึคิดเหมือนเรา รู้สึกเหมือนเรา มองอะไรๆ ในมุมเดียวกับเราอยู่เหมือนกัน เพียงแต่ว่าในชีวิตหนึ่งเราอาจจะไม่มีวันได้รู้จักคนคนนั้นเลยก็ได้ …

ทุกครั้งที่เจอปัญหา หรือไปน้อยใจใครมา รู้สึกเหมือนอยู่คนเดียว มักจะสงสัยแบบนี้ทุกที ทั้งๆ ที่รู้ว่าอาจเป็นไปไม่ได้ หลายๆ อย่างในความรู้สึกอธิบายออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก และยิ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรที่จะคาดหวังให้คนที่ระบายความอัดอั้นตันใจอยู่ด้วยนั้นเข้าใจ เพราะหลายครั้ง เรื่องที่ดูเหมือนจะใหญ่มากสำหรับคนคนนึง อาจจะเป็นเรื่องที่ดูน้อยนิดนึงสำหรับคนอีกคนนึง

แต่ก็มีบางครั้งที่ ‘ความรู้สึก’ ของเรา มันสามารถถูกถ่ายทอด เรียบเรียงออกมาอย่างสวยงามได้ด้วย ‘ตัวหนังสือ’ ของคนที่เราไม่รู้จักเลยด้วยซ้ำ และทุกครั้งที่สะดุดกับตัวหนังสือที่คุ้นเคยของคนแปลกหน้า…ความหวัง ความสงสัยนั้นก็จะกลับมาทุกครั้ง ว่าบางทีอาจจะมีคนคนนึงบนโลกนี้ ที่ ‘คิด’ เหมือนที่เราคิด ‘รู้สึก’ เหมือนที่เรารู้สึก และ ‘เป็น’ อย่างที่เราเป็น …​อาจมี แต่อาจไม่มีโอกาสรู้จัก

เป็นความสงสัยที่ทำให้รู้สึกอบอุ่น เหงาๆ อยู่ลึกๆ บอกไม่ถูก เหมือนมันเป็นไปได้ แล้วก็เป็นไปไม่ได้ในเวลาเดียวกัน อาจจะเป็นเพราะความ ‘ไม่รู้’ นี่แหละมั้ง ที่ทำให้เกิดความรู้สึกตุ่นๆ แบบนี้

ประกายความรู้สึก

เคยมั้ยที่หลายๆ ครั้งจำไม่ได้ว่าจุดเริ่มต้นของบทสนทนาคืออะไร หรือเมื่อไหร่…แต่พอมารู้ตัวอีกที บางครั้งมันก็ได้จุดประกายอะไรๆ เอาไว้ให้ได้คำนึงถึง และก็มีบางครั้ง คำพูดเพียงบางคำในหน่ึ่งบทสนทนานั้นก็​เปลี่ยนอะไรๆ ได้มากกว่าที่คิด อย่างหลังคงเกิดขึ้นไม่บ่อยเท่าอย่างแรก และหลายครั้งถูกมองข้ามไปว่าเป็นเพียงประกายความคิดเล็กๆ ที่อาจไม่มีความหมายสำคั​ญสักเท่าไหร่ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว บางทีประกายความคิดพวกนี้ อาจจะค่อยๆ หล่อหลอมความนึกคิดของเรา จนกระทั่งวันนึงที่เรารู้สึกตัวขึ้นมา มันก็ได้เปลี่ยนมุมมองชีิวิตของเราไปโดยสิ้นเชิง.

เป็นอีกครั้งที่ได้หันกลับไปมองการเดินทางของช่วงขีวิตที่ผ่านมา ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาแค่ปีครึ่ง อาจจะเป็นเหมือนบทสนทนาเพียงสั้นๆ หากเทียบกับระยะของการเดินทางที่ยังรออยู่ แต่ก็เป็นบทสนทนาที่พอรู้สึกตัวอีกที ก็เก็บรวบรวมประกายความคิดความรู้สึกที่หลายหลายได้เป็นคลัง จนไม่น่าเชื่อว่าทุกๆ ส่วนอันนั้นมาจากหนึ่งบทสนทนาเท่านั้น

——————————————————————————-

เวลาไม่นานเท่าไหร่ ทำให้ได้รู้จักคนดีๆ หลายๆ คนที่ได้กลายเป็นส่วนหนึงของชีวิต ขอบคุณพี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ และทีมทุกๆ คน (รวมไปถึงลูกค้าที่กลายมาเป็นพี่ๆ ที่สนิทคุ้นเคยกัน) ที่ช่วยทำให้บทสนทนานี้เป็นบทสนทนาที่ออกรสได้ถึงพริกถึงขิง มีทั้งสุข เศร้า เหงา ฮา มีบ้างที่ตีกัน และมีบ้างที่เห็นไม่ตรงกัน แต่ตลอดมา คือรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ กำลังใจ และมิตรภาพ คงผ่านมาถึงวันนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มีทุกๆ คน…ภูมิใจที่ได้รู้จักทุกคน ขอบคุณสำหรับทุกๆ ประกายความคิดความรู้สึก ที่ทำให้เป็นอย่างที่เป็นทุกวันนี้ และขอบคุณสำหรับต้นทุนดอกเบี้ยสูง สำหรับการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง :)

ระหว่างรอ ‘มวลน้ำ’

ระหว่างที่กำลังนั่งกังวลใจว่าคุณ ‘มวลน้ำ’ จะมาถึงหน้าประตูบ้านเมื่อไหร่ พะว้าพะวงไม่กล้าออกไปไหน เลยได้มีเวลาหยิบหนังสือหลายๆ เล่มที่ตุนๆ ไว้มานั่งอ่านสงบจิตสงบใจ คิดขึ้นมาได้ว่า น้ำท่วมครั้งนี้ ไม่ได้มีแต่เรื่องแย่ๆ ไปซะหมด ยังเหมือนทุกๆ อย่างที่ผ่านเข้ามา มันยังมีมุมเล็กๆ น้อยๆ ให้ได้ยิ้มออกอยู่เหมือนกัน

จากใกล้ตัวก่อนเลย ปกติเสาร์อาทิตย์ไม่เคยได้อยู่บ้านเป็นเรื่องเป็นราว ยิ่งวันธรรมดาก็ยิ่งแล้วใหญ่ พูดได้อย่างไม่อายว่า ‘บ้าน’ แทบจะกลายเป็นที่ซุกหัวนอนตอนกลางคืนเท่านั้นเอง เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ได้ ‘อยู่บ้าน’ เป็นจริงเป็นจังกับเขาบ้าง แรกๆ ก็เกิดอาการหงุดหงิดงุ่นง่าน หาเรื่องจะออกไปนู่นมานี่ได้ทุกวัน และสุดท้ายก็ไม่ได้ออกไปไหนไกล (เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าน้ำจะมาเมื่อไหร่ ทิ้งทรายไว้บ้านคนเดียวนานๆ ก็เป็นห่วง :p)…แต่มาคิดได้อีกที ว่านานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับครอบครัวแบบนี้…นานมากแล้ว ที่ไม่ได้ใช้เวลานั่งอ่านหนังสือด้วยกัน ดูทีวีด้วยกัน และอื่นๆ อีกมากมายตามวิถีที่มันควรจะเป็น เราปล่อยให้ ‘ชีวิต’ ในส่วนอื่นๆ เข้ามามีบทบาทกับเรามากเสียจน ‘ชีวิต’ ส่วนที่มีความหมาย และสำคัญจริงๆ เกือบจะหายไป น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้ได้หันกลับมาบอกตัวเองอีกครั้งว่า ‘อย่าให้เรื่องด่วนแต่ไม่สำคัญ สำคัญไปกว่า เรื่องสำคัญแต่ไม่ด่วน’

ไม่ใช่แค่เฉพาะกับคนในครอบครัว ในสังคมทุกวันนี้ หลายครั้งที่เราลืมที่ให้ความสำคัญกับมิตรภาพของคนรอบๆ ตัว มีตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของทุกอย่าง จมอยู่กับความเร่งรีบ ต่อสู้กับเวลาอย่างไม่คิดจะเหน็ดเหนื่อย ไม่มีเวลาแม้แต่จะมองไปรอบๆ ตัวจนลืมไปว่าเราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้…น้ำท่วมครั้งนี้ เราเห็นคนหลายๆ คนที่หันหน้าเข้าหากัน ให้ความสำคัญกับสารทุกข์สุขดิบของเพื่อนบ้าน เห็นพี่ๆ น้องๆ รวมตัวกันไปทำกระสอบทรายหามรุ่งหามค่ำ ยอมทิ้งสิ่งที่เคยสำคัญกับตัวเองมาตลอด เพื่อมาทำให้สิ่งที่สำคัญสำหรับคนอื่น ถึงแม้ว่าสุดท้าย เราทุกคนก็เป็นเพียง ‘จุดเล็กๆ’ อาจไม่มีแรงพอที่จะทำอะไรได้มาก แต่พลังของจุดเล็กๆ หลายๆ จุดที่รวมตัวกัน อย่างน้อยๆ ก็ทำให้เกิด ‘เส้นบางๆ’ ขึ้นมาได้ และสุดท้าย ถึงแม้เส้นบางๆ เส้นนั้น ไม่อาจต้านทานพลังของธรรมชาติได้  และจริงอยู่ที่ยังมีอะไรหลายๆ อย่างที่ดูจะไปกันคนละทางกับที่พูดไป แต่เส้นบางๆ เล้นนั้นก็เป็นสัญลักษณ์ของ ‘เส้นใยมิตรภาพ’ ที่น่าจะพอที่จะทำให้การฟิ้นฟูหลังเหตุการณ์ดูมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง

(Source: The Atlantic)

ที่สำคัญน้ำท่วมครั้งนี้ยังทำให้เห็นอารมณ์ขัน เห็นความชิล และเห็นอะไรหลายๆ อย่างของคนไทย ที่ไท๊ยไทยจริงๆ หาที่ไหนในโลกคงไม่มี ไม่ว่าจะเป็นจดหมายถึงน้องน้ำ (ไม่แน่ใจว่าใครเป็นคนเขียนอ่ะคะ ขอยืมมาแชร์นะคะ) กลอนพี่คนดี หรือจะเป็นพฤติกรรมการเดินห้าง ที่ถึงแม้ว่าน้ำจะอยู่ห่างไปแค่ 2-3 ถนน ห้างก็ยังคนเต็ม เดินเล่นก็อย่างชิลๆ กันอยู่นั่นเอง และก็ยังมีนวัตกรรมแปลกใหม่ต่างๆ นานาที่เอามาแชร์กันมากมายในสังคมออนไลน์ อย่างเรือหงส์แบบถีบที่เอามาใช้ยามขัดสนไปก่อน เห็นแล้วก็ทำให้ยิ้มได้ทุกที :)

(Source: Unknown Facebook)

ส่วน ณ ตอนนี้ สิ่งที่ทั้งสำคัญ ทั้่งด่วน คือว่า คุณ ‘มวลน้ำ’ น่าจะเดินทางใกล้ถึงบ้านแล้ว ควรจะไปเตรียมตัวต้อนรับซะหน่อย จะเป็นยังไง แล้วจะมาเล่าสู่กันฟังนะคะ :)

ลดระดับความเร็วเข็มนาฬิกา ณ บ้านพิพิธภัณฑ์

ในวันที่ชีวิตดูเร่งรีบจนดูเหมือนว่าเวลาใน 1 วันไม่เคยพอ คงจะดีถ้ามีสักที่ที่เวลาเดินตามจังหวะปกติของเข็มนาฬิกา จับพลัดจับผลูเปิดไปเจอรูป “บ้านพิพิธภัณฑ์”…อยู่ไม่ไกลซะด้วย (พุทธมณฑลสาย 2) เลยตัดสินใจกระโดดขึ้นรถทันที ไม่มีเข็มทิศ GPS, Google Maps หรือแม้กระทั่งแผนที่กระดาษสักแผ่น (เพราะดันไม่ทันเห็นปุ่มแผนที่บนหน้าเว็บไซต์ที่เตรียมไว้ให้เรียบร้อย) มีแต่คำบอกทางที่ตัวเองก็ไม่ค่อยจะเข้าใจ กะว่าไปตายเอาดาบหน้า และแล้วก็ตายจริงๆ วนไปวนมาอยู่พักใหญ่ ออกซอยนั้น เข้าซอยนี้ และโดยไม่ทันตั้งตัว ตาก็เหลือบไปเห็นป้ายชี้ทาง “บ้านพิพิธภัณฑ์”

“บ้านพิพิธภัณฑ์” ดูภายนอกไม่ต่างอะไรมากจากบ้านที่อยู่อาศัยทั่วไป ที่จะต่างออกไปก็น่าจะเป็นร้านกาแฟเล็กๆ น่ารักหน้าตัวบ้าน ตกแต่งด้วยกลิ่นอายย้อนยุคนิดๆ ของเก้าอี้ไม้ ที่ดูเหมือนจะเป็นเก้าอี้ที่เห็นได้ตามสถานีรถไฟในหนังไทยเก่าๆ เล็งเอาไว้ตั้งแต่มาถึงว่าก่อนกลับจะต้องมาขอนั่งเล่นจิบกาแฟสักนิด Continue reading

ร้านบะหมี่หน้าบึ้งปูนเปลือย

มีคนอวดให้ฟังอยู่หลายทีว่าวันหลังจะพาไปกินบะหมี่หน้าบึ้ง…ไอ้เราก็นึกในใจ หน้าบึ้งก็ยังไปกินเข้าอีกนะ ไม่ทันคิดอะไร ก็โอเค เอาไว้วันหลังคงได้ไปกินสักครั้ง แล้วก็คงรู้เองว่าหน้าบึ้งแล้วบะหมี่จะบึ้งด้วยหรือเปล่า :p

เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ขับรถผ่านไปแถวนั้น (ซึ่งก็ไม่รู้ว่าแถวไหน จำได้แค่ว่าผ่านไปแถวๆ แยกลำสาลี รถติดมากมายมหาศาล)…ต้องเกริ่นก่อนว่าตั้งใจจะไปงาน BIG BIH ที่ไบเทค แต่ความตั้งใจเป็นอันล้มล้างละลายหายไปในพริบตา รถติดยาวออกมาเป็นวา….เมื่อหมดสิ้นเสียความตั้งใจ ก็เลยขับรถไปเรื่อยๆ กะว่าจะเอารถไปล้าง…แว้บขึ้นมาในหัวคนข้างๆ พอดีว่า เฮ้ย ไปกินบะหมี่หน้าบึ้งกัน….การเดินทางก็เริ่มขึ้น

Continue reading

Heal the World

เมื่อเช้าขับรถมาทำงาน เปิดเพลงเก่าฟังไปเรื่อยๆ (ไปได้ CD แผ่นนี้มาจากร้านเซเว่น อีเลฟเว่นข้างๆ ออฟฟิส เห็นว่าเพลงมันเยอะดีเลยหยิบลงตะกร้ามาด้วย) เปิดไปเจอเพลง Heal the World ของราชาเพลงอย่าง Michael Jackson ไม่ได้ยินมานานมาก ฟังแล้วทำให้ยิ้มขึ้นได้ทันที (ทั้งๆ ที่กำลังมีรถคันนึงกำลังปาดหน้าอยู่) พูดไม่ถูก แต่ฟังแล้วมันอุ่นๆ ในใจ เหมือนกับว่าในวันที่ทุกอย่างมันดูวุ่นวาย น้ำใจดูเหมือนจะหายากขึ้นทุกวัน แถมยังมีปัญหาอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะมากมาย…แล้วมีใครมาบอกเรายังนะ ทุกอย่างยังไม่แย่ไปซะหมด แค่หันมาให้ความสำคัญกับโลก กับสิ่งเล็กๆ รอบๆ ตัวบ้าง มันยังมีความสวยงามอยู่ในทุกๆ วัน :) อธิบายไม่ถูก แค่ฟังแล้วมันอบอุ่นขึ้นมาซะอย่างนั้น

Continue reading

K*I*W*I

คิดว่าหลายๆ คนคงน่าจะเคยคิด VDO เจ้าตัว Kiwi ตัวนี้ ครั้งแรกที่ได้ดู ยังไม่เข้าใจ ออกจะงงงงด้วยซ้ำ แต่พอเห็นตอนจบ ก็ยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ การที่ได้ทำอะไรตามความฝัน ถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตอนจบอาจจะไม่สวยงาม มันก็ยังมีคุณค่า และยังสวยงามอยู่ในใจ

เปิดไปเปิดมา ก็มาเจอเจ้า Kiwi นี้อีกตัว >>

Continue reading

ณ นราฯ

หลายๆ ครั้งที่ลืมไปว่าการเดินทางไม่ได้หมายถึงการเดินไปข้างหน้าเพียงอย่างเดียว ยิ่งเดินไปข้างหน้าเร็วเท่าไหร่ ยิ่งลืมคิดไปว่าเดินช้าๆ บ้าง…จะเป็นไรไป

หลังจากที่หัวปั่นวุ่นวายกับงานที่ออฟฟิสอยู่หลายวัน…โอกาสอันดีที่จะได้พักผ่อนก็มาถึง ตรุษจีนปีนี้พ่อกับแม่บอก (แกมสั่งนิดๆ) ว่าลูกๆ ทั้ง 5 คนต้องทำตัวให้ว่าง เพราะเราจะไปสวัสดีปีใหม่อาม่าอากงกันที่นราธิวาส เกือบ (แค่เกือบ) จะกังวลนิดหน่อย เนื่องจากตั้งใจว่าวันหยุดครั้งนี้จะสะสางงานในสต็อกให้หมด แต่นึกอีกทีก็ไม่ได้ไปกลับไปบ้านที่นราธิวาสซะนานเกือบ 10 ปีได้แล้ว อาม่าอากงคงดีใจมากมายถ้าลูกหลานกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา อีกอย่างก็อยากไปดูให้เห็นกับตาถึง ‘สถานการณ์ความรุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้’ เพราะเท่าที่จำความได้ ปัญหาไม่เคยถึงกับรุนแรงมากมายขนาดนี้ ด้วยเหตุผลหลายประการ ตรุษจีนที่ผ่านมาเลยไปสิงสถิตที่นราธิวาสอยู่ 3 วัน

Continue reading

เสียงกระพือปีกของผีเสื้อ

“เมื่ออยู่ห่างไกลจากเสียงอึกทึกเหล่านี้ ในความสงบที่กลับคืนมาอีกครั้ง ผมก็สามารถได้ยินเสียงหมู่ผีเสื้อ ซึ่งบินว่อนไปมาในศรีษะของผม จะต้องตั้งใจฟังอย่างมาก ต้องสำรวมจิตใจด้วยซ้ำ เพราะเสียงกระพือปีกของพวกมันนั้นแสนจะแผ่วเบาจนเกือบไม่ได้ยิน ถ้าหายใจดังสักนิดก็จะกลบเสียงปีกบินทันที ช่างน่าแปลกใจว่าแม้โสตสัมผัสของผมไม่ดีขึ้น แต่ผมกลับได้ยินเสียงปีกผีเสื้อชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ผมคงจะมีหูผีเสื้อเป็นแน่” – ชุดประดาน้ำและผีเสื้อ

เคยมั้ยที่บางทีรู้สึกเหมือนถูกดูดไปอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของชีวิตประจำวัน จนลืมนึกว่า จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร มันอาจจะไม่ใช่เอกสารจุกจิกมากมายที่กำลังกองอยู่บนโต๊ะทำงานตอนนี้ มันอาจจะไม่ใช่วาระการประชุมด่วนของทุกๆ สัปดาห์ และมันอาจไม่ใช่การนั่งจ้องตากับคอมพิวเตอร์สมองกลจนหัวสมองจะระเบิด

Continue reading